วิทยาการจัดการ มข.จัดประชุมวิชาการระดับชาติ เผยทิศทางธุรกิจบริการในยุคของโลกาภิวัตน์

          เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2557 ณ โรงแรมพูลแมน ขอนแก่น ราชาออคิด จังหวัดขอนแก่น  คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดประชุมวิชาการระดับชาติด้านธุรกิจและเศรษฐกิจครั้งที่ 7  ภายใต้หัวข้อ ธุรกิจบริการกับกระแสโลกาภิวัตน์ (Service Sector-Form Good to Great towards the Global Movement)” ทั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต  ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานเปิดงาน พร้อมทั้งกล่าวต้อนรับวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ คุณศุภวรรณ  ตีระรัตน์ รองผู้อำนวยการสายงานกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจ สำนักงานส่งเสริมการประชุมและนิทรรศการ, คุณณฤดี คริสธานินทร์ กรรมการบริหาร บริษัทยูเรก้า อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, คุณดิษย์ไชย  ขัตติโยทัยวงศ์ Senior House Manager โรงแรมแมนดารินโอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ให้เกียรติทำหน้าที่วิทยากรร่วมเวทีเสวนา ซึ่งดำเนินรายการโดย คุณทิชา สุทธิธรรม ผู้ประกาศข่าวเศรษฐกิจ ชื่อดังรายการ เจาะเกาะติด ทางสถานีโทรทัศน์บกช่อง 7 และทางช่อง Media News Chanel
          นายสมศักดิ์   สุวรรณสุจริต  ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น  กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยจะต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ และการเงินของโลก  จึงส่งผลให้เกิดการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบในการบริหารจัดการเศรษฐกิจโลก   ทั้งด้านการค้า  การลงทุน  การเงิน  และสิ่งแวดล้อม การได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการปรับตัวของเศรษฐกิจไทยเข้าสู่เศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย   จึงได้มีการส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการและการวิจัยเชิงลึก ระหว่างเครือข่ายนักวิชาการ  นักวิจัย นักศึกษา หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการ เพื่อให้สามารถนำองค์ความรู้ไปใช้ประโยชน์ในการสร้างโอกาส และความได้เปรียบในเชิงเศรษฐกิจต่อไป
          วันนี้ถือเป็นวันดีที่ทุกหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นนักวิจัย นักศึกษา หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการสายงานธุรกิจ รวมทั้งเครือข่ายภาคประชาชน มาร่วมกันอภิปรายในหัวข้อเรื่อง ธุรกิจบริการกับกระแสโลกาภิวัตน์” ซึ่งถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี เป็นโอกาสที่จะได้ความรับฟังความรู้และความคิดเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านอุตสาหกรรมบริการ เศรษฐกิจและการพาณิชย์ โดยเฉพาะด้านการค้า และการลงทุนให้เหมาะสมในสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงในโลกยุคปัจจุบัน ทั้งภายนอกและภายในประเทศ  เพื่อนำไปปรับใช้อย่างเหมาะสม กับการบริหารจัดการและพัฒนาเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ส่งผลให้การบริหารธุรกิจสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในอนาคต” ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นกล่าว
          รศ.ดร.กัลปพฤกษ์ ผิวทองงาม คณบดีคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า  การประชุมวิชาการระดับชาติด้านธุรกิจและเศรษฐกิจ  จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีโดยครั้งนี้เป็นครั้งที่ 7 ภายใต้หัวข้อ ธุรกิจบริการกับกระแสโลกาภิวัตน์ (Service Sector-Form Good to Great towards the Global Movement)” มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านการบริหารธุรกิจและเศรษฐกิจอีสานและส่งเสริมให้เกิดแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างนักวิจัย สถาบันการศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน
          “ขอแสดงความชื่นชมผู้เข้าร่วมอบรมทุกท่าน ที่ได้ร่วมมือร่วมใจเข้าร่วมประชุมทางวิชาการด้านธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน  ครั้งที่ 7  ในครั้งนี้ และมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มีโอกาสพบปะพร้อมกับร่วมแลกเปลี่ยนทัศนคติกับทุกท่าน และหวังว่าการประชุมทางวิชาการด้านธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน  ครั้งที่ 7 ในวันนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่าน และขออวยพรให้การประชุมประสบความสำเร็จ บรรลุผลตามวัตถุประสงค์ และเป้าหมาย  ตามที่กำหนด ในนามของคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ทีท่านผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ได้ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธี รวมทั้งวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิที่เกียรติมาร่วมเสวนาเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวทันกับกระแสโลกาภิวัตน์”

          คุณดิษย์ไชย  ขัตติโยทัยวงศ์ Senior House Manager โรงแรมแมนดารินโอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ กล่าวว่า สถานการ์ณเศรษฐกิจของไทยในปัจจุบัน มีผลต่อผู้ประกอบการธุรกิจบริการเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของค่าแรงขั้นต่ำ ซึ่งมีผลกระทบอย่างสูง กับต้นทุนของผู้ประกอบการ ซึ่งจะทำให้ผลประกอบการน้อยลง ทั้งนี้ยังส่งผลต่อการให้คุณภาพของการให้บริการอีกด้วย
          "ต้นทุนดำเนินงานของผู้ประกอบการโรงแรมสูงขึ้นต่อเนื่อง ทั้งจากค่าเอฟทีไฟฟ้า ที่ขึ้นตามราคาน้ำมัน การปรับขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบอาหาร ราว 10% และยังมาการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอย่างน้อย 40% สูงสุดในรอบ 30 ปี ขณะที่อุตสาหกรรมโรงแรมแข่งขันสูง โรงแรมเกิดใหม่มีมาก ส่งผลให้ไม่สามารถปรับขึ้นค่าห้องได้ตามต้นทุนจริง การปรับขึ้นแรงงานขั้นต่ำ จะเห็นผลกระทบชัดเจนในกลุ่มโรงแรมหัวเมืองในภาคอีสานและภาคเหนือ ซึ่งมีฐานค่าแรงค่อนข้างต่ำ เพราะเป็นพื้นที่ที่ราคาห้องพักโรงแรมเฉลี่ยต่ำกว่าภาคอื่นหรืออยู่ราว 800-1
,000 บาทต่อคืน อย่างไรก็ตามภาคธุรกิจบริการจำเป็นต้องปรับตัว และเปลี่ยนนโยบายทางการตลาดเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มไมซ์ ซึ่งนี้ทำรายได้เป็นจำนวนมาก  จึงเป็นกลุ่มเป้าหมายที่สำคัญทางการตลาดของธุรกิจบริการ"
           คุณศุภวรรณ  ตีระรัตน์ รองผู้อำนวยการสายงานกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจ สำนักงานส่งเสริมการประชุมและนิทรรศการ กล่าวว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมการประชุมและนิทรรศการ(MICE) เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยนักท่องเที่ยวในอุตสาหกรรมไมซ์ จะการใช้จ่ายทั้งด้านท่องเที่ยว และการใช้จ่ายในธุรกิจบริการ ที่มากกว่านักท่องเที่ยวทั่วไป 3-4 เท่าตัว สร้างมูลค่าในธุรกิจท่องเที่ยวกว่าหนึ่งหมื่นล้านบาท ทั้งนี้รัฐบาลก็มีการส่งเสริมให้อุตสาหรรรมการประชุมและนิทรรศการ(MICE) ไม่กระจุกตัวอยู่เพียงในกรุงเทพมหานคร แต่จะพยายามผลักดันไมซ์มายังหัวเมืองที่มีความพร้อมอีกด้วย ทั้งนี้เมืองที่สามารถรองรับอุตสาหกรรมMICE ในทุกๆภาคส่วน ทั้งด้านภาครัฐ เอกชน รวมทั้งภาคประชาชนด้วย ในทุกๆมิติ โดยในประเทศไทยเมืองที่ได้รับรองเป็นเมืองแห่งอุตสาหกรรมการประชุมและนิทรรศการ(MICE CITY) ได้แก่ กรุงเทพมหานคร พัทยา เชียงใหม่ ภูเก็ต และขอนแก่น ซึ่งในแต่ล่ะเมืองจะมีความโดดเด่นแตกต่างกันไป 
          “ส่วนของจังหวัดขอนแก่น ในแต่ล่ะปีมีการจัดอีเว้นท์ หรือการประชุมต่างๆทั้งในภาครัฐ และเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาค ซึ่งจะเห็นได้ว่าขอนแก่นเป็นจังหวัดที่ได้รับความนิยม ในการจัดการประชุม ซึ่งแสดงให้เห็นว่า จังหวัดขอนแก่นเป็นจังหวัดที่พร้อมในทุกๆภาคส่วน จนทำให้ได้รับเลือกเป็น MICE CITY และในปี 2558 ที่จะถึงในไม่ช้านี้ เราจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ซึ่งจะทำให้อุตสาหกรรมธุรกิจต่างๆโดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจขนาดเล็ก และขนาดกลางจะเติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ธุรกิจบริการจะเป็นจุดขายที่สำคัญ ซึ่งจะนำรายเข้ามาสู่ภูมิภาค ประเทศในกลุ่มอาเซียน จะได้รับประโยชน์และเติบโตมากที่สุดได้แก่ ประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย ลาว และกัมพูชา ทั้งนี้ในอนาคตข้างหน้า รายได้หลักของประเทศดังกล่าวจะมาจากธุรกิจบริการ ไม่ได้มาจากภาคเกษตรกรรม หรืออุตสาหกรรม อย่างเช่นปัจจุบัน”
           คุณณฤดี คริสธานินทร์ กรรมการบริหาร บริษัทยูเรก้า อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า การทำการตลาดในธุรกิจบริการในปัจจุบัน เปลี่ยนจากกลยุทธ์เดิมๆ คือ แปลก ใหม่ ใหญ่ ดัง ไปเป็นกลยุทธ์ที่เน้น สังคมและสิ่งแวดล้อม โดยใช้จิตวิญญาณของคนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม และอาศัย Creative Tourism เข้ามาเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว ทั้งนี้การสร้างแบรนด์ก็มีส่วนสำคัญไม่น้อยในการเพิ่มมูลค่าทางการตลาดของธุรกิจบริการ ซึ่งในกระแสปัจจุบันการสร้างแบนด์ ไม่ได้อยู่ที่งานการตลาดหรืองานประชาสัมพันธ์  แต่การสร้างแบนด์ที่ดีที่สุด เกิดจากลูกค้า หรือผู้บริโภคที่ได้สัมผัสกับเรื่องราว ผลิตภัณฑ์ หรือวัฒนธรรมของธุรกิจนั้นๆ ซึ่งจะก่อให้เกิดประทับใจ และเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างภาพลักษณ์ที่น่าจดจำ นอกจากนี้ธุรกิจบริการของไทยจะต้องเปลี่ยนแปลง ปรับเปลี่ยน นโยบายการตลาดเพื่อรับมือกับกลุ่มเป้าหมายที่มากขึ้นเพื่อต้อนรับ ประชาคมอาเซียน (AEC) ที่กำลังเข้ามาถึง
          “ธุรกิจบริการของไทยส่วนใหญ่เป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือที่เรียกว่า SMEs ทั้งนี้ผู้ประกอบการจะต้องวางแผนการพัฒนาธุรกิจ โดยมุ่งเน้นให้ส่งเสริมพัฒนา ยกระดับธุรกิจสู่เกณฑ์มาตรฐานคุณภาพธุรกิจ และมาตรฐานสากล จัดทำเกณฑ์คุณภาพธุรกิจให้เหมาะสม มีมาตรฐานเทียบกับสากล สะท้อนจุดแข็ง จุดอ่อน ที่แท้จริงของธุรกิจสามารถกำหนดทิศทางการพัฒนาปรับปรุงได้อย่างตรงประเด็น โดยจัดหาผู้เชี่ยวชาญไปให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึกสิ่งเหล่านี้ส่งให้ธุรกิจบริการของไทยเข้มแข็ง ไม่เพียงรับการแข่งขันจากภายนอก แต่จะเป็นการสร้างโอกาสทางการตลาด และเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจสู่สากล มีแนวทางการทำงาน คือ สนับสนุนให้ธุรกิจมีการรวมตัวกันเป็นเครือข่ายธุรกิจ เพิ่มความหลากหลายการให้บริการ สนองตอบความต้องการตลาดได้มากขึ้น”                    

 วรัญญู  ดอนเหนือ : ภาพ/ข่าว

วรัญญู ดอนเหนือ /บันทึก

Q & A
 
Name:
Email:
Question: