“Duck Expert Showcase 2026” เวทีปลดล็อกศักยภาพ “มนุษย์เป็ด” สู่การเป็นเจ้าของแบรนด์ตัวจริง ผ่านไอเดียธุรกิจนวัตกรรมจากนักศึกษาผู้ประกอบการดิจิทัล มข.

เคยสงสัยไหมว่าทำไมเราถึงเรียกคนที่ทำได้หลายอย่างว่า “เป็ด”

คำว่า “มนุษย์เป็ด” มักถูกใช้เพื่ออธิบายคนที่มีทักษะหลากหลาย แต่ไม่ได้โดดเด่นเฉพาะด้านใดด้านหนึ่ง ซึ่งในโลกธุรกิจยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความสามารถในการรู้รอบด้านและเชื่อมโยงทักษะที่หลากหลายกลับกลายเป็นคุณสมบัติสำคัญของผู้ประกอบการยุคดิจิทัล

เมื่อความรู้ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่ในกรอบของศาสตร์ใดศาสตร์หนึ่ง ผู้ประกอบการรุ่นใหม่จึงต้องพร้อมเรียนรู้ ปรับตัว และลงมือทำในหลากหลายบทบาท ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การวางกลยุทธ์การตลาด ไปจนถึงการสื่อสารแบรนด์ แนวคิดของการเป็น “เป็ด” จึงถูกนิยามใหม่ให้กลายเป็น “Duck Expert” หรือผู้เชี่ยวชาญรอบด้านที่สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้จริงในโลกธุรกิจ

แนวคิดนี้ถูกถ่ายทอดอย่างเป็นรูปธรรมผ่านเวที “Digital Entrepreneur Showcase 2026 – Duck Expert” ซึ่งจัดขึ้นโดยสาขาวิชาผู้ประกอบการดิจิทัล คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาได้แสดงศักยภาพในฐานะผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ผ่านการนำเสนอแนวคิดธุรกิจและผลงานที่พัฒนาจากประสบการณ์จริง ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า ขอนแก่น (Central Khonkaen)

(พิธีเปิดโครงการโดย รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น)

ภายในงานยังอัดแน่นไปด้วยกิจกรรมที่สะท้อนกระบวนการเรียนรู้เชิงปฏิบัติของนักศึกษาอย่างรอบด้าน อาทิ การนำเสนอไอเดียธุรกิจจากโครงการบ่มเพาะสตาร์ทอัพ โดย KKU Startup การบรรยายพิเศษในหัวข้อ “บทบาทผู้นำยุคใหม่” โดย คุณวาที วิเชียรนิตย์ CEO of Ving Intertrade Co., Ltd. และหัวข้อ “ผู้สร้างรังแห่งโอกาส” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.เพ็ญศรี เจริญวานิช รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและนวัตวณิชย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น รวมถึงเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากศิษย์เก่าที่ประสบความสำเร็จในโลกธุรกิจ และไฮไลต์สำคัญของงานคือกิจกรรมสำคัญอย่าง Duck Pitch Battle เวทีนำเสนอแนวคิดธุรกิจต่อคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ นักลงทุน และผู้เข้าร่วมงาน ควบคู่กับ Exhibition ที่รวบรวมผลงานจากกว่า 20 ธุรกิจ ครอบคลุมหลากหลายหมวดหมู่ ทั้ง Platform & Play, Beauty & Fashion, Pet Care และ Food & Beverage ซึ่งล้วนสะท้อนถึงความคิดสร้างสรรค์และศักยภาพของนักศึกษาในการพัฒนาแนวคิดสู่ธุรกิจที่จับต้องได้

(การบรรยายพิเศษหัวข้อ “บทบาทผู้นำยุคใหม่” โดย คุณวาที วิเชียรนิตย์ CEO of Ving Intertrade Co., Ltd.)

(การบรรยายพิเศษหัวข้อ “ผู้สร้างรังแห่งโอกาส” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.เพ็ญศรี เจริญวานิช รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและนวัตวณิชย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น)

ในบทความนี้ เราจะพาทุกท่านไปร่วมถอดรหัสแนวคิด “Duck Expert” ผ่านมุมมองของผู้บริหาร อาจารย์ประจำหลักสูตรผู้ประกอบการดิจิทัล ผู้มีบทบาทสำคัญในการออกแบบการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงจากห้องเรียนสู่โลกธุรกิจจริง พร้อมเจาะลึกประสบการณ์และเส้นทางการพัฒนาธุรกิจของนักศึกษาที่ได้นำไอเดียของตนเองมาต่อยอดสู่การเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่อย่างเป็นรูปธรรม

(รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น)

โดยเริ่มต้นจาก รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น อธิบายว่า โครงการ “Digital Entrepreneur Showcase 2026” นับเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ก้าวข้ามจากการเรียนรู้ในห้องเรียนสู่การทดลองสร้างธุรกิจจริง ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์สำคัญของมหาวิทยาลัยขอนแก่นด้าน Education Transformation ที่มุ่งปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดการศึกษา จากการเน้นองค์ความรู้เชิงทฤษฎีไปสู่การเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ โดยหลักสูตรผู้ประกอบการดิจิทัลถูกออกแบบขึ้นเพื่อสร้าง “ผู้ประกอบการตัวจริง” ให้กับประเทศอย่างเป็นระบบ นักศึกษาจะสำเร็จการศึกษาได้ก็ต่อเมื่อสามารถพัฒนาธุรกิจ (Business Project) และพิสูจน์ศักยภาพในการดำเนินธุรกิจได้จริง ไม่ว่าจะเป็นการวางแผน การบริหารจัดการหรือการขับเคลื่อนธุรกิจให้เกิดขึ้นได้จริง

อธิการบดีอธิบายเพิ่มเติมว่า การพัฒนาหลักสูตรลักษณะนี้จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งภาควิชาการและภาคธุรกิจ โดยมหาวิทยาลัยได้นำระบบ Adjunct Faculty มาใช้ โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญและผู้ประกอบการที่มีประสบการณ์ตรงในโลกธุรกิจเข้ามาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ควบคู่กับอาจารย์ประจำ เพื่อให้นักศึกษาได้รับทั้งมุมมองเชิงทฤษฎีและประสบการณ์เชิงปฏิบัติอย่างสมดุล และยกระดับศักยภาพของผู้เรียนให้พร้อมก้าวสู่โลกธุรกิจได้อย่างมั่นใจและมีประสิทธิภาพ

(ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พงษ์สุทธิ พื้นแสน คณบดีคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี)

ขณะเดียวกัน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พงษ์สุทธิ พื้นแสน คณบดีคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี อธิบายว่า การจัดงาน DE Showcase 2026 ในปีนี้นับเป็นการจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่ได้เรียนรู้ตลอดหลักสูตรสู่ผลงานจริง ทั้งในรูปแบบผลิตภัณฑ์ นวัตกรรม และการบริการ พร้อมนำเสนอแนวคิดต่อผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคเอกชน ซึ่งสะท้อนผลลัพธ์การเรียนรู้ตั้งแต่กระบวนการคิด การพัฒนา ไปจนถึงการต่อยอดสู่การสร้างธุรกิจ อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างสถาบันการศึกษาและภาคธุรกิจ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการลดช่องว่างและเพิ่มศักยภาพในการพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม โดยการจัดงานในครั้งนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ขอนแก่น อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 สะท้อนถึงความร่วมมือที่เข้มแข็งในการผลักดันผลงานของนักศึกษาออกสู่สังคมในวงกว้าง พร้อมต่อยอดสู่โอกาสทางธุรกิจ การลงทุน และการขยายกิจการในอนาคต

(ดร.อาภาศรี โสธรวิทย์ ประธานหลักสูตรผู้ประกอบการดิจิทัล-Digital Entrepreneur)

นอกจากนี้ ดร.อาภาศรี โสธรวิทย์ ประธานหลักสูตรผู้ประกอบการดิจิทัล (Digital Entrepreneur) ซึ่งเล่าถึงเป้าหมายของการจัดงานในครั้งนี้ว่า ต้องการเปิดโอกาสให้นักศึกษาในหลักสูตรได้แสดงศักยภาพและนำเสนอผลงานที่พัฒนาขึ้น ตั้งแต่กระบวนการคิดค้นไอเดีย การลงมือปฏิบัติจริง ตลอดจนการผ่านกระบวนการเรียนรู้ การฝึกอบรม และการให้คำปรึกษาจากคณาจารย์ จนสามารถต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์หรือบริการที่พร้อมเข้าสู่ตลาดได้จริง ซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของหลักสูตร  ที่มุ่งเน้นการพัฒนาผู้ประกอบการที่มีความรู้ความสามารถ และสามารถสร้างธุรกิจในยุคดิจิทัลได้อย่างแท้จริง ซึ่งภายในงานมีหลายทีมที่สามารถปิดดีลกับนักลงทุน และได้รับความสนใจจาก Venture Capital (VC) เพื่อนำไปต่อยอดหรือเข้าสู่กระบวนการบ่มเพาะธุรกิจ (Incubation) ในอนาคต

(นางสาวประภาศิริ จุลสม นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาผู้ประกอบการดิจิทัล)

หนึ่งในตัวอย่างของการต่อยอดจากห้องเรียนสู่ธุรกิจจริง คือการพัฒนาแบรนด์ Vee Vee (วีวี) – Anti Mosquito Patch โดย นางสาวประภาศิริ จุลสม นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาผู้ประกอบการดิจิทัล ซึ่งร่วมกับเพื่อนในกลุ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์แผ่นแปะกันยุงสารสกัดธรรมชาติ ซึ่งพัฒนามาจากเทคโนโลยี Microencapsulation ที่ช่วยกักเก็บกลิ่นและปล่อยกลิ่นแบบ Slow Release ป้องกันยาวนาน 24 ชั่วโมง ปลอดภัยด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ ติดแน่น ทนทาน ไม่ทิ้งคราบ ซึ่งตอบโจทย์ Pain Point ของคนที่ผิวแพ้ง่าย แพ้สเปรย์ แพ้ควัน รวมถึงคนที่มีผิวบอบบาง

(ผลิตภัณฑ์แผ่นแปะกันยุงสารสกัดธรรมชาติ)

(แบรนด์ Vee Vee (วีวี) รับรางวัลชนะเลิศด้านธุรกิจนวัตกรรมที่โดดเด่น The Trailblazer Award – The Best Innovative Business)

(แบรนด์ Vee Vee (วีวี) รับรางวัล The Deal Maker Award)

ความสำเร็จและการขยายธุรกิจได้รับทุนจากโครงการ New Regional Startups จำนวน 30,000 บาท จากอุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และภายในงาน Dark Expert 2026 ทางทีมยังได้รับรางวัลชนะเลิศด้านธุรกิจนวัตกรรมที่โดดเด่น (The Trailblazer Award – The Best Innovative Business) และรางวัล The Deal Maker Award จากการปิดดีลกับนักลงทุนในรูปแบบ Venture Capital (VC) หรือธุรกิจเงินร่วมลงทุน จำนวน 100,000 บาท และปัจจุบันทางทีมยังมุ่งขยายโอกาสทางธุรกิจสู่ระดับที่กว้างขึ้น โดยอยู่ระหว่างการมองหาพันธมิตรทางธุรกิจ อาทิ ร้านอาหารและร้านขายยา เพื่อสร้างเครือข่ายการจัดจำหน่ายและเพิ่มการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ในตลาดอย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

(นางสาวอินทิรา ชูสวัสดิ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาผู้ประกอบการดิจิทัล)

ในมิติของธุรกิจบริการ ทีมผู้ประกอบการรุ่นใหม่ได้ต่อยอดแนวคิดสู่โมเดล On-site Service ภายใต้แบรนด์ “BCC Service” โดย นางสาวอินทิรา ชูสวัสดิ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาผู้ประกอบการดิจิทัล ได้ร่วมกับทีมพัฒนาบริการซ่อมและจำหน่ายอุปกรณ์ไอทีนอกสถานที่ โดยจุดเริ่มต้นของธุรกิจเกิดจากการเล็งเห็นปัญหาของผู้ใช้งานที่ไม่มีเวลาและไม่สะดวกในการนำอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เข้ารับบริการที่ร้าน ทีมผู้พัฒนาจึงออกแบบบริการในรูปแบบ On-site Service หรือการให้บริการรับ-ส่งเครื่องถึงสถานที่เพื่ออำนวยความสะดวกและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคปัจจุบันได้อย่างตรงจุด

(ระบบบริการซ่อมและจำหน่ายอุปกรณ์ไอทีนอกสถานที่ โดยแบรนด์ “BCC Service”)

หนึ่งในจุดเด่นสำคัญของ BCC Service คือการพัฒนาแพลตฟอร์มเว็บไซต์ ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถติดตามสถานะการซ่อมได้อย่างโปร่งใสและต่อเนื่อง โดยระบบจะแสดงรายละเอียดตั้งแต่ขั้นตอนการดำเนินงานในปัจจุบัน ผู้รับผิดชอบในการดูแลเครื่อง ไปจนถึงข้อมูลการเปลี่ยนอะไหล่และระยะเวลาการรับประกัน ซึ่งทั้งหมดถูกอัปเดตแบบ Real-time ช่วยลดข้อจำกัดในการสื่อสารและเพิ่มความมั่นใจให้กับลูกค้าโดยไม่ต้องรอการตอบกลับจากช่าง และภายในงาน Dark Expert 2026 ทางทีมยังได้รับรางวัล The Deal Maker Award จากการปิดดีลกับนักลงทุนในรูปแบบ Venture Capital (VC) หรือธุรกิจเงินร่วมลงทุนอีกด้วย

(แบรนด์ “BCC Service” รับรางวัล The Deal Maker Award)

ในด้านการเติบโตทางธุรกิจ ในระยะแรกทางทีมมุ่งเน้นการให้บริการในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น และมีแผนขยายไปยังจังหวัดอื่น ๆ ซึ่งปัจจุบันทีมได้เริ่มเจรจาความร่วมมือกับร้านค้าภายนอก เพื่อขยายการนำระบบแพลตฟอร์มไปประยุกต์ใช้จริง พร้อมทั้งมีแผนต่อยอดพัฒนาระบบหลังบ้าน (Back-end System) สำหรับธุรกิจที่มีรูปแบบการให้บริการใกล้เคียงกัน ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการขยายโมเดลธุรกิจในระยะยาว

(นางสาวภวมินตร์ ศิรินนท์ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาผู้ประกอบการดิจิทัล)

ขณะที่ธุรกิจสายอาหารและสุขภาพได้ต่อยอดงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ผ่านแบรนด์ “FELE” โดย นางสาวภวมินตร์ ศิรินนท์ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาผู้ประกอบการดิจิทัล ร่วมกับทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์โยเกิร์ตกาบา ที่ต่อยอดจากผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยจุดเริ่มต้นของธุรกิจเกิดจากการลงทุนร่วมกันของสมาชิกในทีม นำเงินทุนเริ่มต้นคนละ 4,000 บาท ไปซื้อทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property) ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อนำมาต่อยอดและพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ จนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์หลัก 2 รูปแบบ ได้แก่ โยเกิร์ตกาบาพร้อมดื่ม (Drinking GABA Yogurt) และ โยเกิร์ตกาบาสมูทตี้ (GABA Yogurt Smoothies)

(ผลิตภัณฑ์โยเกิร์ตกาบา ภายใต้แบรนด์ “FELE”)

ด้วยความโดดเด่นของผลิตภัณฑ์ส่งผลให้ทีมสามารถเข้าถึงแหล่งทุนสนับสนุนจากโครงการ New Regional Startups จำนวน 30,000 บาท จากอุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อนำมาต่อยอดและขยายศักยภาพทางธุรกิจให้เติบโตอย่างเป็นรูปธรรม และภายในงาน Dark Expert 2026 ทีมยังได้รับรางวัลชนะเลิศด้านธุรกิจที่สร้างรายได้ยอดเยี่ยม (Revenue Rocket Award – The Best Business Earning) อีกด้วย

(แบรนด์ “FELE” รับรางวัลชนะเลิศด้านธุรกิจที่สร้างรายได้ยอดเยี่ยม Revenue Rocket Award – The Best Business Earning)

ในด้านการวางแผนธุรกิจทีมได้กำหนดทิศทางการเติบโตออกเป็น 3 ระยะ โดยในระยะเริ่มต้นมุ่งเน้นการสร้างฐานลูกค้าในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ผ่านจุดจำหน่ายทั้งตลาดชุมชนหรือตลาดเปิดท้าย ควบคู่กับการเพิ่มช่องทางออนไลน์และบริการเดลิเวอรี่ เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุม ในระยะถัดไปทีมมีเป้าหมายในการขยายแบรนด์สู่ระดับประเทศ สร้างการรับรู้ในวงกว้าง และต่อยอดสู่การเป็นแบรนด์ที่สามารถแข่งขันได้ในตลาดที่ใหญ่ขึ้น ขณะที่เป้าหมายระยะยาวคือการนำผลิตภัณฑ์นวัตกรรมจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นก้าวสู่ตลาดสากลในอนาคตด้วยสโลแกน “Feel Good to Mood Flow”

(นายชาตรี ตะวัน นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาผู้ประกอบการดิจิทัล)

อีกหนึ่งธุรกิจที่สะท้อนการต่อยอดองค์ความรู้สู่ภาคการเกษตรได้อย่างน่าสนใจคือแบรนด์ “BYSON (ไปซัน)” โดย นายชาตรี ตะวัน นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาผู้ประกอบการดิจิทัล ซึ่งร่วมกับทีมพัฒนานวัตกรรมอาหารสัตว์ผสม “กากเบียร์” โดยเริ่มต้นจากการจำหน่ายกากเบียร์ ก่อนต่อยอดสู่การพัฒนาเป็นอาหารสัตว์ชนิดผงสำหรับการเลี้ยงจิ้งหรีด ซี่งจุดเปลี่ยนสำคัญของธุรกิจเกิดขึ้นเมื่อพบว่าลูกค้านำกากเบียร์ไปใช้เป็นอาหารเพื่อลดต้นทุนการเลี้ยงจิ้งหรีด และให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าที่คาดไว้ ทีมจึงพัฒนาสูตรอาหารเฉพาะทางที่ช่วยให้ จิ้งหรีดบริโภคอาหารในปริมาณที่น้อยลง แต่ยังคงให้ผลผลิตและน้ำหนักที่ดีเท่าเดิม ส่งผลให้สามารถลดต้นทุนการเลี้ยงในแต่ละรอบได้อย่างมีนัยสำคัญ

(นวัตกรรมอาหารสัตว์ผสม “กากเบียร์” โดยแบรนด์ “BYSON-ไปซัน”)

นอกจากนี้ทางทีมยังได้มีการพัฒนาโปรแกรมคำนวณโภชนาการที่สามารถวิเคราะห์สารอาหารได้ละเอียดถึง 21 ค่า และปรับสูตรให้เหมาะสมตามชนิดสัตว์ ช่วงวัย และน้ำหนัก ส่งผลให้สัตว์ได้รับสารอาหารอย่างเหมาะสมและเกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการเจริญเติบโต ปัจจุบันสามารถพัฒนาสูตรรองรับสัตว์ได้ 5 ชนิด ได้แก่ หมู ไก่ เป็ด วัว และจิ้งหรีด โปนแกรมดังกล่าวสามารถช่วยปรับปรุงค่า FCR (Feed Conversion Ratio) หรืออัตราการเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยจากข้อมูลเปรียบเทียบพบว่า การเลี้ยงจิ้งหรีดเพื่อให้ได้ผลผลิตประมาณ 30 กิโลกรัมต่อบ่อ ปกติจะใช้อาหารประมาณ 2 กระสอบ หรือเฉลี่ย 2.5 กิโลกรัมต่อเนื้อ 1 กิโลกรัมของจิ้งหรีด แต่เมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ของ BYSON สามารถลดปริมาณการใช้อาหารเหลือเพียง 1 กระสอบต่อรอบการเลี้ยง โดยในปัจจุบันมีฟาร์มที่นำผลิตภัณฑ์ของทีมไปใช้งานจริงแล้วเกือบ 10 ฟาร์ม ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ยืนยันถึงประสิทธิภาพในการลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตอย่างชัดเจน พร้อมกันนี้ ทีมยังอยู่ระหว่างการต่อยอดธุรกิจสู่ การรับผลิตอาหารสัตว์ (OEM) และให้บริการออกแบบสูตรอาหารเฉพาะทาง เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจให้ครอบคลุมกลุ่มเกษตรกรและผู้ประกอบการในวงกว้างมากยิ่งขึ้น

(นายธนธรณ์ แก้วจันดา นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาผู้ประกอบการดิจิทัล)

อีกหนึ่งธุรกิจที่ส่งเสริมการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์คือ บอร์ดเกม “My Pay Repeat” โดย นายธนธรณ์ แก้วจันดา นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาผู้ประกอบการดิจิทัล ร่วมกับทีมพัฒนาบอร์ดเกมแนวจัดสรรทรัพยากรที่เล่าเรื่องผ่านบทบาทของนักบินอวกาศชาวไทย ผู้ต้องร่วมกันสร้างอาณาจักรบนดาวเคราะห์ดวงใหม่ ภายใต้ข้อจำกัดของทรัพยากรที่มีอยู่ โดยโปรเจกต์นี้มีเป้าหมายสำคัญในการ ลดเวลาการใช้หน้าจอ (Screen Time) และเพิ่ม เวลาคุณภาพ (Quality Time) ผ่านการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เล่น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเพื่อน ครอบครัว หรือในที่ทำงาน โดยใช้เกมเป็นสื่อกลางในการเชื่อมโยงผู้คนเข้าหากัน

(บอร์ดเกมแนวจัดสรรทรัพยากรที่เล่าเรื่องผ่านบทบาทของนักบินอวกาศชาวไทย ภายใต้แบรนด์ “My Pay Repeat”)

ในด้านการพัฒนาธุรกิจนั้น ทีมงานเริ่มต้นตั้งแต่การออกแบบแนวคิด กลไกเกม และงานกราฟิก โดยให้ความสำคัญกับกระบวนการ Playtest อย่างเข้มข้น เพื่อสังเกตพฤติกรรม อารมณ์ และประสบการณ์ของผู้เล่น ก่อนนำมาปรับสมดุลให้เกมมีความสนุก เข้าใจง่าย และใช้เวลาเล่นได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ ทีมยังได้รับทุนสนับสนุนจากโครงการ New Regional Start Upและ SiBB Business Big Brother Hood 2026 ซึ่งความโดดเด่นของ “My Pay Repeat” อยู่ที่การนำองค์ความรู้จากวิชาเศรษฐศาสตร์ เรื่อง การจัดสรรทรัพยากร มาประยุกต์ให้อยู่ในรูปแบบเกมที่เข้าถึงง่าย ผู้เล่นจะได้เรียนรู้ผ่านกลไกหลักอย่าง การซื้อ การขาย และการแลกเปลี่ยน เพื่อสะสม “ไอเทมการ์ด” และแปลงเป็น “โปรดักต์การ์ด” ที่มีคะแนน โดยในสถานการณ์ที่ทรัพยากรมีจำกัด ผู้เล่นจำเป็นต้องวางแผน ตัดสินใจ และบริหารทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งผู้ที่มีคะแนนสูงสุดเมื่อจบเกมจะเป็นผู้ชนะ

ในด้านการขยายธุรกิจทางทีมยังได้ร่วมมือกับวิทยากรด้านการพัฒนาตนเอง เพื่อนำแนวคิดจาก Workshop แบบดั้งเดิมมาปรับให้อยู่ในรูปแบบของบอร์ดเกม ทำให้การเรียนรู้มีความสนุก เข้าถึงง่าย และเกิดประสบการณ์จริงมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งมีแผนต่อยอดจัดกิจกรรมในลักษณะทัวร์นาเมนต์ (Tournament) ในสถานศึกษาเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ในกลุ่มเด็กและเยาวชน และต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์โดยมองหานักลงทุนหรือพันธมิตรที่มีเครือข่ายในวงการบอร์ดเกม เพื่อสนับสนุนการกระจายสินค้าไปยังร้านบอร์ดเกมและคาเฟ่ต่าง ๆ ให้ผู้บริโภคได้ทดลองเล่นและเข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้มากยิ่งขึ้น

(นางสาวอรปรียา อิสระชาติ และ นางสาวภัคจิรา การอุปฏิ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาผู้ประกอบการดิจิทัล)

และปิดท้ายกันด้วยอีกหนึ่งธุรกิจที่สะท้อนการผสานความงามเข้ากับอัตลักษณ์ท้องถิ่นได้อย่างน่าสนใจอย่างแบรนด์น้ำหอมไทยร่วมสมัย “Fablelist” โดย นางสาวอรปรียา อิสระชาติ และ นางสาวภัคจิรา การอุปฏิ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาผู้ประกอบการดิจิทัล ซึ่งร่วมกับทีมพัฒนาแบรนด์น้ำหอมไทยที่นำเสน่ห์ของภาคอีสานมาตีความใหม่ผ่านกลิ่น โดยใช้วัตถุดิบและพืชพรรณท้องถิ่น ผสานเข้ากับนวัตกรรมการสกัดกลิ่นรูปแบบใหม่ที่สามารถถ่ายทอดกลิ่นดอกไม้ได้ใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด โดยจุดเริ่มต้นของแบรนด์เกิดจากการวางคอนเซปต์หลักในฐานะ “Iconic Isan” หรือการถ่ายทอดอัตลักษณ์ของอีสานผ่านประสบการณ์กลิ่น เพื่อสร้างความแตกต่างในตลาดน้ำหอม จากนั้นทีมได้ดำเนินการค้นหาอินไซต์ผ่านกระบวนการระดมความคิดและสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภค โดยเลือกจังหวัดนครราชสีมาซึ่งเป็นประตูสู่อีสานเป็นจุดเริ่มต้น และพบว่า “คุณย่าโม” คือภาพจำสำคัญที่ผู้คนนึกถึง

(“Fablelist” แบรนด์น้ำหอมไทยที่นำเสน่ห์ของภาคอีสานมาตีความใหม่ ผ่านกลิ่นเอกลักษณ์ชื่อ “Manya-มารยา”)

แรงบันดาลใจดังกล่าวถูกนำมาตีความใหม่ผ่านกลิ่น โดยหยิบยกเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของคุณย่าโมมาถ่ายทอดในรูปแบบของความอ่อนโยนแต่แฝงด้วยเสน่ห์และไหวพริบจนเกิดเป็นกลิ่นเอกลักษณ์ชื่อ “Manya (มารยา)” ซึ่งผสมผสานกลิ่นของดอกพุดซ้อน ซ่อนกลิ่น และดอกมะลิ ให้ความรู้สึกหวานละมุน นุ่มนวล แต่แฝงด้วยความดึงดูดชวนหลงใหล สะท้อนบุคลิกของหญิงแกร่งแห่งประวัติศาสตร์ได้อย่างมีชั้นเชิง

ในกระบวนการพัฒนา ทีมได้ทำงานร่วมกับโรงงานผู้ผลิตเพื่อสร้างต้นแบบ (Prototype) ของน้ำหอม ก่อนนำไปทดสอบกับกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่จริง ทั้งในจังหวัดขอนแก่นและนครราชสีมา เพื่อเก็บข้อมูลและปรับปรุงจนได้ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาดอย่างแท้จริง นอกจากนี้ ยังมีการนำผลิตภัณฑ์ไปจัดแสดงในงาน Bangkok Design Week ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ จากกระแสตอบรับดังกล่าว ทีมจึงมองเห็นโอกาสในการต่อยอดธุรกิจ โดยมีแผนขยายไลน์ผลิตภัณฑ์สู่กลุ่มเครื่องหอมสำหรับพื้นที่อยู่อาศัย เช่น Room Spray และ Diffuser ควบคู่กับการพัฒนาแนวคิด “Iconic Isan” ให้ครอบคลุมจังหวัดอื่น ๆ ในภาคอีสาน เพื่อผลักดันอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่การเป็น Soft Power ในระดับที่กว้างขึ้น

ความโดดเด่นของแบรนด์ยังสะท้อนผ่านความสำเร็จบนเวที Digital Entrepreneur Showcase 2026 – Duck Expert โดยทีมสามารถคว้ารางวัล The Rising Star Award – The Best Market Frontier Business และ The Deal Maker Award จากการปิดดีลกับนักลงทุนในรูปแบบ Venture Capital (VC) จำนวน 100,000 บาท ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการต่อยอดธุรกิจสู่เชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ

(แบรนด์ “Fablelist” รับรางวัลชนะเลิศด้านธุรกิจดาวรุ่งพุ่งแรง The Rising Star Award – The Best Market Frontier Business)

(แบรนด์ “Fablelist” รับรางวัล The Deal Maker Award)

นอกเหนือจากการนำเสนอผลงานและการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เวที “Duck Expert Showcase 2026” ยังเป็นพื้นที่แห่งความสำเร็จที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ ผ่านการประกวดและการตัดสินจากผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญด้านการทำธุรกิจ สำหรับผลการประกวดในปีนี้ ทีมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในแต่ละด้าน ประกอบด้วย

รางวัลชนะเลิศด้านธุรกิจนวัตกรรมที่โดดเด่น (The Trailblazer Award – The Best Innovative Business)
ได้แก่ ทีม Vee Vee ผลิตภัณฑ์แผ่นแปะกันยุง

รางวัลชนะเลิศด้านธุรกิจดาวรุ่งพุ่งแรง (The Rising Star Award – The Best Market Frontier Business)
ได้แก่ ทีม Fablelist น้ำหอมแบรนด์ไทย Iconic อีสาน

รางวัลชนะเลิศด้านธุรกิจที่สร้างรายได้ยอดเยี่ยม (Revenue Rocket Award – The Best Business Earning)
ได้แก่ ทีม FELE ผลิตภัณฑ์โยเกิร์ตกาบา

รางวัลชนะเลิศด้านการนำเสนอธุรกิจยอดเยี่ยม (The Pitch Mastery Award – The Best Pitching Performance)
ได้แก่ ทีม Purrfect ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับแมว

และ The Deal Maker Award จำนวน 6 ทีม ได้แก่ ทีม BCC บริการซ่อมและจำหน่ายอุปกรณ์ไอทีนอกสถานที่, ทีม Dormy แพลตฟอร์มรวบรวมหอพักรอบมหาวิทยาลัย, ทีม Vee Vee ผลิตภัณฑ์แผ่นแปะกันยุง, ทีม Sorin ผลิตภัณฑ์โทนอัพผิวกาย, ทีม Fablelist น้ำหอมแบรนด์ไทย Iconic อีสาน และทีม Post Flow แพลตฟอร์มช่วยจัดการโพสต์

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของนักศึกษายุคใหม่ในการเป็นผู้ประกอบการดิจิทัล ที่สามารถนำแนวคิดสร้างสรรค์มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ตลาดได้จริง ผ่านกระบวนการเรียนรู้ทั้งในห้องเรียนและภาคปฏิบัติ พร้อมการสนับสนุนจากคณาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญ และแหล่งทุนต่าง ๆ ที่ช่วยต่อยอดไอเดียสู่การทำธุรกิจอย่างได้อย่างแท้จริง ทั้งนี้ยังสะท้อนการขับเคลื่อนตามวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ของคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มหาวิทยาลัยขอนแก่น  ที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีทั้งองค์ความรู้และทักษะผู้ประกอบการ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในภาคสังคมและเศรษฐกิจ พร้อมก้าวเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

บรรพต พิลาพันธ์ : บทความ/ภาพ
นักศึกษาสาขาวิชาผู้ประกอบการดิจิทัล มหาวิทยาลัยขอนแก่น : ภาพ