จากจุดเริ่มต้นที่ดูเหมือน “ไกลเกินเอื้อม” สู่วันที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เรื่องราวของ คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มหาวิทยาลัยขอนแก่น (KKBS) ไม่ได้เป็นเพียงความสำเร็จขององค์กร หากแต่เป็นภาพสะท้อนของความมุ่งมั่น วิสัยทัศน์ และพลังของการทำงานร่วมกันอย่างแท้จริง บรรยากาศของการเดินทางครั้งสำคัญนี้ถูกถ่ายทอดผ่านงาน “KKBS Global Journey Gratitude Night” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมและแสดงสินค้านานาชาติไคซ์ ขอนแก่น ผ่านการถอดบทเรียนจากกระบวนการขอรับรองมาตรฐาน จากสถาบันการรับรองมาตรฐานการศึกษาทางด้านบริหารธุรกิจและการบัญชีในระดับสากล หรือที่เรียกว่า AACSB (Association to Advance Collegiate Schools of Business) และเป็นเวทีแสดงความขอบคุณผู้มีส่วนร่วมทุกภาคส่วนที่มีบทบาทสำคัญต่อความสำเร็จในครั้งนี้
บรรยากาศภายในงานสะท้อนพลังความร่วมมือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกภาคส่วน โดยมีผู้บริหารและเครือข่ายสำคัญร่วมถ่ายทอดมุมมองต่อความสำเร็จในครั้งนี้ นำโดย รองศาสตราจารย์ นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมแสดงความยินดีและเน้นย้ำถึงความสำคัญของการยกระดับสู่มาตรฐานสากล พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.เพ็ญศรี เจริญวานิช รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและนวัตวณิชย์ (อดีตคณบดีคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี วาระปี พ.ศ. 2559-2563 และ พ.ศ.2563 – 2567) ร่วมถ่ายทอดเส้นทางการพัฒนาสู่มาตรฐานสากล ขณะที่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พงษ์สุทธิ พื้นแสน คณบดีคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี กล่าวเปิดงานและแสดงความขอบคุณต่อผู้มีส่วนร่วมในความสำเร็จครั้งนี้ และ คุณวัชรพล กมลนฤเมธ นายกสหพันธ์สมาคมผู้ประกอบการไทย ภาค 5 (FA SME) ศิษย์เก่าคณะฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เข้ารับการสัมภาษณ์จากคณะกรรมการ AACSB Peer Review Team ร่วมสะท้อนมุมมองและแสดงความยินดีต่อความสำเร็จของคณะ
ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความภาคภูมิใจ เรื่องราวของเส้นทางสู่มาตรฐานโลกครั้งนี้ ถูกถ่ายทอดผ่านมุมมองของผู้มีบทบาทสำคัญในแต่ละช่วงเวลา โดยเฉพาะ รองศาสตราจารย์ ดร.เพ็ญศรี เจริญวานิช ผู้ริเริ่มวางรากฐานสำคัญของการขับเคลื่อนคณะฯ สู่การขอรับรองมาตรฐาน AACSB ซึ่งได้ย้อนเล่าจุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งนี้ไว้อย่างน่าสนใจ

(รองศาสตราจารย์ ดร.เพ็ญศรี เจริญวานิช รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและนวัตวณิชย์ อดีตคณบดีคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี)
จุดเริ่มต้นของความท้าทาย: เมื่อ 5% ของโลกคือเป้าหมาย
เส้นทางสู่ AACSB ของ KKBS ไม่ได้เริ่มต้นจากความพร้อม หากแต่เริ่มต้นจาก “ข้อจำกัด” และ “ความห่างไกลจากมาตรฐาน” รองศาสตราจารย์ ดร.เพ็ญศรี เจริญวานิช เล่าย้อนถึงช่วงเวลาการขับเคลื่อนคณะสู่มาตรฐาน AACSB โดยเริ่มตั้งแต่คณะยังใช้ชื่อเดิมคือ คณะวิทยาการจัดการ ซึ่งมี รองศาสตราจารย์ มันทนา สามารถ คณบดีในสมัยนั้นเป็นผู้วางรากฐานสำคัญ โดยได้เริ่มส่งบุคลากรไปศึกษาและอบรมเกณฑ์มาตรฐาน AACSB อย่างต่อเนื่อง ซึ่งในเวลานั้นเกณฑ์การประเมินของ AACSB มีถึง 21 ข้อ เมื่อพิจารณาแล้วคณะน่าจะผ่านเกณฑ์เพียง 4-5 ข้อ ประกอบกับในขณะนั้น มีเพียง 5% ของสถาบันการศึกษาบริหารธุรกิจ (Business School) ทั่วโลก ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานนี้ ทำให้เป้าหมายดังกล่าวดูเป็นเรื่องที่ยากและแทบเป็นไปไม่ได้
อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2559 เมื่อ รองศาสตราจารย์ ดร.เพ็ญศรี เจริญวานิช ก้าวขึ้นมารับตำแหน่งคณบดีคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี และตัดสินใจเดินหน้าผลักดันการขอรับรองอย่างจริงจัง โดยได้รับแรงบันดาลใจจากสถาบันชั้นนำในประเทศอย่างคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (CMUBS) และวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) ด้วยความมุ่งมั่นที่ว่า “ไม่ยอมอยู่ฝั่ง 95% ไปตลอดชีวิต” แม้จะมีเสียงคัดค้านจากผู้คนรอบข้างที่พากันถอดใจ และมองว่านี่เป็นเรื่องไกลตัวสำหรับมหาวิทยาลัยในภูมิภาค จนกระทั่งได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นเพื่อพิจารณาอย่างรอบด้านถึงแนวทางการพัฒนาสู่มาตรฐานสากล และได้มีมติร่วมกันในการเลือกเดินหน้าสู่การขอรับรองมาตรฐาน AACSB อย่างเต็มรูปแบบ
เส้นทางที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ: อุปสรรค บทเรียน และการไม่ยอมแพ้
แม้จะมีเป้าหมายที่ชัดเจน แต่เส้นทางสู่ AACSB กลับเต็มไปด้วยบททดสอบที่ท้าทายอย่างยิ่ง รองศาสตราจารย์ ดร.เพ็ญศรี เจริญวานิช เล่าว่า หนึ่งในอุปสรรคสำคัญคือ ในอดีตคณะเคยสมัครเป็นสมาชิก AACSB แต่ขาดความต่อเนื่องในการดำเนินงาน จนถูกแบล็กลิสต์ (Blacklist) ทำให้ในครั้งนี้ต้องทำเรื่องชี้แจงอย่างหนักและให้คำมั่นสัญญาอย่างจริงจัง ว่าจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นอีก นอกจากนี้ การยื่นส่งใบสมัครขอสิทธิ์ (Eligibility Application: EA) ยังมีความท้าทายอย่างมาก เพราะคณะต้องชี้แจงรายละเอียดให้ทาง AACSB เข้าใจอย่างชัดเจน เหตุใดจึงต้องเลือกรับรองเฉพาะหลักสูตรของคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี โดยต้องอธิบายเหตุผลเพื่อตัดหลักสูตรบริหารธุรกิจของส่วนงานอื่นๆ ในมหาวิทยาลัยขอนแก่นออกจากการรับรองในครั้งนี้ ซึ่งมีความซับซ้อนทั้งในแง่ของการบริหารจัดการและสถานที่ตั้งที่อยู่ร่วมกัน

(กระบวนการการขอรับรองมาตรฐาน AACSB)
ท่ามกลางความยากลำบากนี้ กระบวนการนี้เปรียบเสมือน “การปลูกต้นไม้” ที่ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 7 ปี กว่าจะเติบโตและออกผล แม้จะตระหนักดีว่าตนอาจจะไม่ได้อยู่ชื่นชมผลสำเร็จในขณะที่ยังดำรงตำแหน่งคณบดี แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือบุคลากรรุ่นหลังและลูกหลานจะได้ยืนอยู่บนความสำเร็จ และได้เก็บเกี่ยวดอกผลที่จะเบ่งบานในอนาคต” รองศาสตราจารย์ ดร.เพ็ญศรี เจริญวานิช กล่าวด้วยมุมมองที่สะท้อนถึงเส้นทางความมุ่งมั่นการดำเนินการขอรับรองมาตรฐาน AACSB
การเปลี่ยนผ่านเชิงระบบ: จากการปรับตัวสู่การสร้างนวัตกรรม
การก้าวสู่มาตรฐาน AACSB ไม่ได้เกิดจากการ “ปรับเล็กน้อย” แต่เป็นการ “ยกระดับทั้งระบบ” รองศาสตราจารย์ ดร.เพ็ญศรี เจริญวานิช อธิบายว่า คณะได้มุ่งเน้นการยกระดับกำลังคน ควบคู่กับการปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานจากระบบเอกสารสู่ระบบดิจิทัล พร้อมทั้งสร้างนวัตกรรมที่เรียกว่า “ระบบ Assurance of Learning (AoL)” เพื่อใช้ติดตามและประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักศึกษาอย่างเป็นระบบ โดยคณะฯ ได้ร่วมหารือกับสำนักบริหารพัฒนาวิชาการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และทีมโปรแกรมเมอร์เพื่อออกแบบและเขียนระบบขึ้นมาใหม่ทั้งหมด ซึ่งต่อมาระบบ AoL นี้ ไม่เพียงแต่ช่วยให้คณะผ่านการประเมิน แต่ยังได้รับการยกย่องให้เป็น “นวัตกรรม” (Innovation) และได้รับการจดลิขสิทธิ์คุ้มครองยาวนานถึง 50 ปี และกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของคณะในระยะยาว

(ระบบ Assurance of Learning (AoL) เวอร์ชั่นเดิม)
(ระบบ Assurance of Learning (AoL) เวอร์ชั่นปัจจุบัน)
ในด้านผลงานวิชาการ คณะฯ ได้ปรับทิศทางด้านผลงานทางวิชาการให้สอดคล้องกับเกณฑ์ AACSB โดยให้ความสำคัญกับผลงานด้าน Intellectual Contribution (IC) การตีพิมพ์ในวารสารวิชาการด้านบริหารธุรกิจที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เช่น กลุ่ม ABS และ ABDC แทนการตีพิมพ์ในฐานข้อมูล Scopus ทั่วไป เพื่อยกระดับคุณภาพงานวิจัยให้ตรงตามมาตรฐานสากล นอกเหนือจากการยกระดับด้านวิชาการแล้ว คณะยังได้เปิดโลกการเรียนรู้ผ่านการเดินทางไปศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสถาบันการศึกษาในต่างประเทศ อาทิ Universiti Utara Malaysia (UUM) ประเทศมาเลเซีย, National Chung Hsing University ไต้หวัน และ Ritsumeikan Asia Pacific University (APU) ประเทศญี่ปุ่น สถาบันการศึกษาเหล่านี้ได้มีบทบาทสำคัญในการแนะนำทิศทางการพัฒนาคณะให้เป็นไปอย่างถูกต้อง ทำให้การยกระดับของคณะดำเนินไปอย่างมีระบบและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล
วันที่ความพยายามผลิบาน: เสียงสะท้อนแห่งความสำเร็จ และทิศทางของ KKBS บนเวทีโลก
ความพยายามตลอดระยะเวลากว่า 8 ปีของคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ผลิดอกออกผลเป็นความสำเร็จที่เป็นรูปธรรม เมื่อคณะฯ ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลจาก AACSB อย่างเป็นทางการในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2568 ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในสถาบันการศึกษาด้านบริหารธุรกิจชั้นนำของโลก และนับเป็นสถาบันการศึกษาแห่งแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงเป็นลำดับที่ 9 ของประเทศไทย ที่ได้รับการรับรองในมาตรฐานระดับสากลนี้ ซึ่งมีเพียงไม่ถึง 6% ของสถาบันการศึกษาด้านบริหารธุรกิจทั่วโลก จากกว่า 70 ประเทศที่ได้รับการรับรองจาก AACSB ซึ่งเป็นเครื่องหมายคุณภาพการศึกษาสูงสุดที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก

(รองศาสตราจารย์ นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น)
ความสำเร็จครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นเป้าหมายสำคัญของคณะฯ หากยังได้รับการยืนยันผ่านเสียงสะท้อนจากผู้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนคณะฯ สู่มาตรฐาน AACSB โดย รองศาสตราจารย์ นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวย้ำว่า ความสำเร็จของคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี ถือเป็นความภาคภูมิใจร่วมกันของทั้งคณะฯและมหาวิทยาลัยขอนแก่นในฐานะสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ โดยการได้รับการรับรองจาก AACSB สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพการศึกษาสู่ความเป็นเลิศในระดับสากล ตลอดจนความทุ่มเทของคณาจารย์ บุคลากร และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเน้นย้ำว่า มาตรฐานดังกล่าวเป็นเครื่องยืนยันว่าการจัดการศึกษาของคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีคุณภาพเท่าเทียมกับสถาบันชั้นนำระดับโลก ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยขอเป็นกำลังใจให้คณะฯ เดินหน้ารักษามาตรฐานระดับโลกนี้ไว้ เพื่อพัฒนาบัณฑิตคุณภาพสู่อุตสาหกรรมธุรกิจทั้งในประเทศและนานาชาติ

(ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พงษ์สุทธิ พื้นแสน คณบดีคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี)
ขณะที่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พงษ์สุทธิ พื้นแสน คณบดีคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี สะท้อนถึงบทบาทของการ “สานงานต่อ” ว่า ความสำเร็จในการได้รับการรับรองมาตรฐาน AACSB ในครั้งนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงในช่วงเวลาอันสั้น แต่เป็นผลจากการวางรากฐานอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 ซึ่งในขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนาคุณภาพ ภายใต้การนำของ รองศาสตราจารย์ ดร.เพ็ญศรี เจริญวานิช คณบดีในขณะนั้น และความสำเร็จที่เกิดขึ้นเป็นผลลัพธ์ของความร่วมมือและความทุ่มเทของบุคลากรทุกภาคส่วนตลอดระยะเวลากว่า 8 ปี จนสามารถยกระดับคุณภาพการศึกษาให้เป็นไปตามมาตรฐานระดับโลกได้อย่างภาคภูมิ ทั้งนี้ คณะฯ จะเดินหน้ารักษามาตรฐานดังกล่าว พร้อมวางแผนพัฒนาในระยะยาว เพื่อก้าวสู่การเป็นสถาบันการศึกษาด้านบริหารธุรกิจชั้นนำ (Premier Business School) ในระดับนานาชาติอย่างมั่นคง

(คุณวัชรพล กมลนฤเมธ นายกสหพันธ์สมาคมผู้ประกอบการไทย ภาค 5 (FA SME) ศิษย์เก่าคณะฯ)
ในขณะเดียวกัน เสียงสะท้อนจากเครือข่ายศิษย์เก่ายิ่งตอกย้ำถึงคุณค่าของความสำเร็จครั้งนี้อย่างชัดเจน โดย คุณวัชรพล กมลนฤเมธ นายกสหพันธ์สมาคมผู้ประกอบการไทย ภาค 5 (FA SME) ศิษย์เก่าคณะฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เข้ารับการสัมภาษณ์จากคณะกรรมการ AACSB Peer Review Team มองว่า รู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของคณะในการได้รับการรับรองมาตรฐาน AACSB การได้รับมาตรฐานดังกล่าวเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจว่าบัณฑิตของ KKBS เป็นผู้ที่มีศักยภาพพร้อมตอบโจทย์ความต้องการของโลกธุรกิจยุคใหม่ได้อย่างแท้จริง พร้อมเน้นย้ำถึงความพร้อมในการร่วมสนับสนุนและบูรณาการความร่วมมือกับคณะทั้งในฐานะของศิษย์เก่าและภาคเอกชน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนคณะฯ สู่การเติบโตในระดับนานาชาติ
ท่ามกลางเสียงสะท้อนจากทุกภาคส่วน ความสำเร็จครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียง “ปลายทาง” ของการเดินทาง หากแต่เป็นอีกหนึ่ง “จุดเริ่มต้น” ของการก้าวสู่อนาคต และเมื่อย้อนกลับไปยังจุดตั้งต้นของเรื่องราวทั้งหมด รองศาสตราจารย์ ดร.เพ็ญศรี เจริญวานิช ได้สะท้อนให้เห็นถึงความหมายที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าความสำเร็จเชิงรูปธรรมว่า สิ่งที่น่าภาคภูมิใจที่สุดไม่ใช่เพียงการได้รับการยอมรับในระดับสากล หากแต่คือพลังของความสามัคคี ความมุ่งมั่น และการทำงานร่วมกันของบุคลากรทุกคน ที่ร่วมกันวางรากฐานยึดมั่นผลประโยชน์ของนักศึกษาและขับเคลื่อนคณะมาอย่างต่อเนื่อง

ความสำเร็จของ KKBS ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า แม้คณะและมหาวิทยาลัยจะอยู่ในประเทศกำลังพัฒนาและเป็นสถาบันการศึกษาในภูมิภาคแต่ด้วยวิสัยทัศน์ ความมุ่งมั่น และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ก็สามารถยกระดับการศึกษาสู่มาตรฐานระดับโลกได้อย่างแท้จริง พร้อมทั้งก้าวสู่การเป็น “Premier Business School” ที่สร้างคุณค่าให้กับสังคมและเศรษฐกิจในระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน
บรรพต พิลาพันธ์ : บทความ/ภาพ









